วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Tahiti Island

Better known by the name of its main island, Tahiti, French Polynesia is a mesmerizing wonderland of reef-fringed islands and translucent aqua lagoons. Shamelessly chic and seductive, it's the kind of place where the rich and famous come to play and hedonistic honeymoon fantasies are realized  The epitome of the Pacific dream, this is one Garden of Eden so damn beautiful it's hard to believe it really exists.

ตาฮิติ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะโซซิเอเต้ ซึ่งขึ้นอยู่กับหมู่เกาะว็องต์ (Vent) อีกทอดหนึ่ง บรรยากาศของตาฮิติเย็นสบายด้วยลมทะเลที่โชยพัดอยู่ตลอดเวลา และเป็น สวรรค์ของคู่รักที่นิยมเดินทางมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน 


 สภาพภูมิประเทศของเกาะนี้เป็นภูเขาไฟที่เรียงต่อกันเป็นทะเลภูเขาพุ่งยอดแหลมสูงเสียดเมฆ รอบเกาะเป็นแนวปะการัง มีลากูนน้ำใสสลับสีเขียวสีฟ้า และมีหาดทรายสีดำ หรือขาวดูน่าตื่นตา



 พื้นที่และสีสันของเกาะบริเวณนี้มีเฉดที่ไล่ระดับจนประทับใจจิตรกรเอกอย่างโกแก็ง จนถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่งามบันลือโลก ณ ที่นี้คุณจะได้มาพักผ่อนและสนุกสนานกับ กีฬาหลายประเภท เช่น กอล์ฟ ดำน้ำ เดินป่าหรือขี่ม้า และที่สำคัญที่สุดผู้คนชาวตาฮิติมีอัธยาศัยไมตรีและยินดีต้อนรับทุกคนที่ไปเยือน 


การไปตาฮิติ ต้องไปช่วงเดือน พฤษภาคม - ตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อย





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก : 
http://www.ambafrance-th.org  
http://travel.webshots.com 
http://farm1.static.flickr.com 
http://gawk.net.nz 
http://www.flightglobal.com 
http://www.airtahitinui.co.nz 
http://www.orangesmile.com 









วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

The Avenue des Champs-Élysées

 Avenue des Champs-Élysées is a street in Paris, France. With its cinemas, cafés, luxury specialty shops and clipped horse-chestnut trees, the Champs-Élysées is arguably the most famous street—and one of the most expensive strips of real estate—in the world.[1] Several French monuments are also on the street, including the Arc de Triomphe and the Place de la Concorde. The name is French for Elysian Fields, the place of the blessed dead in Greek mythology. According to a much used description, the Champs-Élysées is la plus belle avenue du monde ("the most beautiful avenue in the world").


อาเวอนูว์เดช็องเซลีเซ  เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ "ช็องเซลีเซ" มาจากคำว่า "ทุ่งเอลิเซียม" จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส
ช็องเซลีเซได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก (La plus belle avenue du monde) โดยมีอัตราค่าเช่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพื้นที่ 1000 ตารางฟุต (93 ตารางเมตร) สูงที่สุดในยุโรป 
ช็องเซลีเซเดิมเป็นท้องทุ่งและสวน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1616 เมื่อมารี เดอ เมดิชิ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งฝรั่งเศส ทรงขยายพื้นที่บริเวณสวนหย่อมของพระราชวังตุยเลอรี (Palais des Tuileries) เป็นถนนที่มีต้นไม้สองข้างทาง ในปี ค.ศ. 1724 ได้รับการขยายไปเชื่อมกับจัตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l'Étoile ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล ที่เป็นที่ตั้งของประตูชัยฝรั่งเศส)




วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

Trouve les cinq différences entre Tom et Nino.

Tom et Nino sont très différents: Tom est blond et Nino est brun,Tom a les yeux bleus et Nino a les yeux bruns,Tom porte un T-shirt rouge et Nino porte un T-shirt noir,Tom porte des baskets blanc et Nino porte des baskets vert,Tom n'a pas une casquette et Nino a une casquette rouge.

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

La Tomatina เทศกาลปามะเขือเทศที่สเปน


 La Tomatina



       La Tomatina is a festival that is held in the Valencian town of Buñol, a town located 30 km inland from the Mediterranean Sea in which participants throw tomatoes and get involved in this tomato fight purely for fun. It is held on the last Wednesday of August, during the week of festivities of Buñol.

       At around 10 AM, festivities begin with the first event of the Tomatina. It is the "palo jabón", similar to the greasy pole. The goal is to climb a greased pole with a ham on top. As this happens, the crowd work into a frenzy of singing and dancing while being showered in water from hoses. Once someone is able to drop the ham off the pole, the start signal for the tomato fight is given by firing the water shot in the air and trucks make their entry. 

       The signal for the onset is at about 11 when a loud shot rings out, and the chaos begins. Several trucks throw tomatoes in abundance in the Plaza del Pueblo. The tomatoes come from Extremadura, where they are less expensive and are grown specifically for the holidays, being of inferior taste. For the participants the use of goggles and gloves are recommended. The tomatoes must be crushed before being thrown so as to reduce the risk of injury. The estimated number of tomatoes used are around 150,000 i.e. over 40 metric tons.  

       After exactly one hour, the fight ends with the firing of the second shot, announcing the end. The whole town square is colored red and rivers of tomato juice flow freely. Fire Trucks hose down the streets and participants use hoses that locals provide to remove the tomato paste from their bodies. Some participants go to the pool of “los peñones” to wash. After the cleaning, the village cobblestone streets are pristine due to the acidity of the tomato disinfecting and thoroughly cleaning the surfaces


                เทศกาลปามะเขือเทศ หรือ “ลา โตมาตินา”  งานเทศกาลปามะเขือเทศ จัดเป็นประจำทุกปี ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ณ หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ของ Buñol ในจังหวัดบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน
                 เทศกาลนี้ไม่มีอะไรมาก สิ่งที่คุณต้องทำคือการขว้างปา มะเขือเทศ เข้าใส่กันอย่างสนุกสนาน ต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ย้อนไปเมือปี 1944 ระหว่างขบวนพาเหรด gigantes y cabzudos เกิดมีเหตุการณ์วัยรุ่นทะเลาะกันและเจ้ากรรมดันมีแผงขายมะเขือเทศอยู่ใกล้มือพวกวัยรุ่นพวกเขาจึงใช้มันเป็น อาวุธในการขว้างปาเข้าใส่กัน จนตำรวจต้องเข้ามายุติศึกมะเขือเทศ และทำการปรับค่าเสียหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้
            ในปีต่อมาพวกวัยรุ่นก็ยังคงมาเปิดศึกกันอีกเช่นเคยเหมือนปีที่แล้วแต่สิ่งที่ต่างออกไปในปีนี้พวกเขาเตรียมมะเขือเทศกันมาจากบ้านและก็ต้องลำบากตำรวจอีกแล้วครับท่านที่ต้องเข้ามยุติเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันแต่มันก็คือประถมบทแห่งเทศกาลปามะเขือเทศอันลือลั่นที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเรื่อยมา
            โดยเทศกาล นี้จะเริ่มต้นเวลา 10 โมงเช้าของวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม โดยจะเริ่มด้วยการปีนเสาทาน้ำมันที่ด้านบนมีแฮมแขวนอยู่ถ้ามีคนสามารถปีนไปโยนแฮมลงมได้ถือเป็นการเริ่มต้นสงครามมะเขือ(ระหว่างที่มีคนพยามปีนไปเอาแฮมชาวบ้านนักท่องเที่ยวด้านล่างจะร้องเพลงเต้นรำใต้สายน้ำจากท่อประปาอย่างสนุกสนานเพื่อเป็นการฆ่าเวลา)
          โดยเวลา 11 โมง รถบรรทุกมะเขือเทศจะแล่นออกมายัง พลาซ่า del Pueblo แล้วเริ่มขว้างปามะเขือเทศจากบนรถสู่นักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวก็ต่างเก็บมะเขือเทศขึ้นมาขว้างใส่กันอย่างเมามันไม่ถือโทษ โกรธเคื่องกัน
     โดยมะเขือเทศที่นำมาใช้ในเทศกาลนี้มาจาก Extremadura เนื่องจากมะเขือเทศจากที่นี้มีรสชาติไม่อร่อย ราคาถูก ก่อนนำมะเขือเทศมาใช้ในเทศกาลจะต้องนำมะเขือเทศมาคลึงให้น่วมก่อนนำมาเล่นใน เทศกาลเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บรุนแรง







วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์




หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์



          เบื่อไหม...กับการนั่งรถไฟนาน ๆ จนรากงอก และพบกับบรรยากาศเดิม ๆ มองวิวทิวทัศน์เดิม ๆ เห็นทีเพื่อน ๆ จะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว แถมยังอยากนั่งรถไฟขบวนนี้กันนาน ๆ อย่างแน่นอน เพราะรถไฟคันนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในพระราชวังแวร์ซายส์สุดหรูยังไงยังงั้นเลยล่ะ

          สำหรับรถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟฟ้าแอร์เออร์แอร์ (RER) สายซี ซึ่งทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจากปารีสไปพระราชวังแวร์ซายส์ ได้เปลี่ยนรูปโฉมใหม่ให้คู่ควรกับการเดินทางมุ่งสู่พระราชวังแห่งประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นมา

          ทั้งนี้ แม้ว่าภายนอกของรถไฟฟ้าจะคงรูปลักษณ์เดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ การตกแต่งภายในรถไฟซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซายส์ และสวนในพระราชวัง เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังอันหรูหรา อลังการ ผ่านการตกแต่งจำลองส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้องกระจก ซึ่งประดับตกแต่งด้วยภาพวาดจำลองของ ชาร์ลส์ เลอ บรุน บนเพดาน, สวนในพระราชวัง, ห้องสมุดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, พิพิธภัณฑ์รถม้า, ตำหนักตริอานง, ห้องบรรทมของพระราชินีในตำหนักตริอานง ฯลฯ

          เอาล่ะค่ะ ลองไปชมกันเลยว่ารถไฟขบวนนี้จะตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา จนน่าประทับใจขนาดไหน... 

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์




หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์



          เบื่อไหม...กับการนั่งรถไฟนาน ๆ จนรากงอก และพบกับบรรยากาศเดิม ๆ มองวิวทิวทัศน์เดิม ๆ เห็นทีเพื่อน ๆ จะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว แถมยังอยากนั่งรถไฟขบวนนี้กันนาน ๆ อย่างแน่นอน เพราะรถไฟคันนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในพระราชวังแวร์ซายส์สุดหรูยังไงยังงั้นเลยล่ะ

          สำหรับรถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟฟ้าแอร์เออร์แอร์ (RER) สายซี ซึ่งทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจากปารีสไปพระราชวังแวร์ซายส์ ได้เปลี่ยนรูปโฉมใหม่ให้คู่ควรกับการเดินทางมุ่งสู่พระราชวังแห่งประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นมา

          ทั้งนี้ แม้ว่าภายนอกของรถไฟฟ้าจะคงรูปลักษณ์เดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ การตกแต่งภายในรถไฟซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซายส์ และสวนในพระราชวัง เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังอันหรูหรา อลังการ ผ่านการตกแต่งจำลองส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้องกระจก ซึ่งประดับตกแต่งด้วยภาพวาดจำลองของ ชาร์ลส์ เลอ บรุน บนเพดาน, สวนในพระราชวัง, ห้องสมุดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, พิพิธภัณฑ์รถม้า, ตำหนักตริอานง, ห้องบรรทมของพระราชินีในตำหนักตริอานง ฯลฯ

          เอาล่ะค่ะ ลองไปชมกันเลยว่ารถไฟขบวนนี้จะตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา จนน่าประทับใจขนาดไหน... 

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์




หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์



          เบื่อไหม...กับการนั่งรถไฟนาน ๆ จนรากงอก และพบกับบรรยากาศเดิม ๆ มองวิวทิวทัศน์เดิม ๆ เห็นทีเพื่อน ๆ จะต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว แถมยังอยากนั่งรถไฟขบวนนี้กันนาน ๆ อย่างแน่นอน เพราะรถไฟคันนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในพระราชวังแวร์ซายส์สุดหรูยังไงยังงั้นเลยล่ะ

          สำหรับรถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟฟ้าแอร์เออร์แอร์ (RER) สายซี ซึ่งทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจากปารีสไปพระราชวังแวร์ซายส์ ได้เปลี่ยนรูปโฉมใหม่ให้คู่ควรกับการเดินทางมุ่งสู่พระราชวังแห่งประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นมา

          ทั้งนี้ แม้ว่าภายนอกของรถไฟฟ้าจะคงรูปลักษณ์เดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ การตกแต่งภายในรถไฟซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังแวร์ซายส์ และสวนในพระราชวัง เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังอันหรูหรา อลังการ ผ่านการตกแต่งจำลองส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้องกระจก ซึ่งประดับตกแต่งด้วยภาพวาดจำลองของ ชาร์ลส์ เลอ บรุน บนเพดาน, สวนในพระราชวัง, ห้องสมุดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, พิพิธภัณฑ์รถม้า, ตำหนักตริอานง, ห้องบรรทมของพระราชินีในตำหนักตริอานง ฯลฯ

          เอาล่ะค่ะ ลองไปชมกันเลยว่ารถไฟขบวนนี้จะตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา จนน่าประทับใจขนาดไหน... 

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์

หรู! ฝรั่งเศสแปลงโฉมรถไฟฟ้า เป็นพระราชวังแวร์ซายส์